ประเภทของปูนซ่อมพื้นถนน
1. ปูนซ่อมด่วน
- แข็งตัวเร็วภายใน 15-30 นาที
- เหมาะสำหรับงานซ่อมเร่งด่วน
- รับน้ำหนักได้เร็วหลังการซ่อม
- ใช้ได้ดีในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น
2. ปูนซ่อมชนิดไม่หดตัว
- ไม่เกิดการหดตัวขณะแข็งตัว
- ป้องกันการแตกร้าวในระยะยาว
- เหมาะกับงานซ่อมขนาดใหญ่
- มีความทนทานต่อสภาพอากาศ
3. ปูนซ่อมผสมโพลิเมอร์
- มีความยืดหยุ่นสูง
- ทนต่อการกระแทกได้ดี
- เกาะติดกับพื้นผิวเดิมได้ดี
- อายุการใช้งานยาวนาน
ขั้นตอนการซ่อมแซมพื้นถนน
1. การเตรียมพื้นผิว
- ทำความสะอาดบริเวณที่จะซ่อม
- กำจัดเศษวัสดุที่หลุดร่อน
- ตัดขอบพื้นที่ซ่อมให้เป็นสี่เหลี่ยม
- ทำความสะอาดด้วยเครื่องอัดลม
2. การผสมปูนซ่อม
- ใช้น้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม
- ผสมด้วยเครื่องผสมความเร็วต่ำ
- ควบคุมระยะเวลาการผสม
- ตรวจสอบความข้นเหลวของปูน
3. การเทและการปาด
- เทปูนให้เต็มพื้นที่ซ่อม
- ปาดให้เรียบเสมอพื้นเดิม
- ใช้เกรียงปาดให้ได้ระดับ
- ทำผิวให้หยาบเพื่อกันลื่น
4. การบ่ม
- รดน้ำหรือใช้น้ำยาบ่ม
- ป้องกันแสงแดดและฝน
- บ่มอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- ควบคุมการจราจรระหว่างบ่ม
การเลือกปูนซ่อมให้เหมาะกับงาน
1. พื้นที่จราจรหนัก
- ใช้ปูนซ่อมกำลังอัดสูง
- เลือกชนิดแข็งตัวเร็ว
- ต้องทนต่อการขัดสี
- รับน้ำหนักรถบรรทุกได้ดี
2. พื้นที่จราจรเบา
- ใช้ปูนซ่อมทั่วไป
- เน้นความทนทานระยะยาว
- ราคาประหยัด
- ดูแลรักษาง่าย
3. พื้นที่เปียกชื้น
- ใช้ปูนผสมสารกันซึม
- ทนต่อการกัดกร่อน
- ไม่เกิดตะไคร่น้ำ
- ระบายน้ำได้ดี
การดูแลรักษาหลังซ่อม
1. การตรวจสอบ
- ตรวจการแตกร้าวเป็นประจำ
- สังเกตการทรุดตัว
- ประเมินการสึกหรอ
- บันทึกการซ่อมแซม
2. การบำรุงรักษา
- ทำความสะอาดสม่ำเสมอ
- ซ่อมรอยแตกเล็กทันที
- เคลือบผิวตามกำหนด
- ตรวจสอบการระบายน้ำ
การเลือกใช้ปูนซ่อมพื้นถนนที่เหมาะสมและการปฏิบัติตามขั้นตอนการซ่อมแซมอย่างถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานของถนนและลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต